Wednesday, January 19, 2011

Day 6

Thai:

อยาก

คนทุกคนมีความอยาก ถึงแม้ไม่สามารถกำจัดให้หมดไปได้ ก็ควรต้องควบคุมได้ นั่นคือ
ควบคุมความอยากไม่ให้มากเกินไป
ควบคุมความอยากไม่ให้เดือดร้อนใคร
และควบคุมความอยากไม่ให้เดือนร้อนตัวเราเอง

วีธีควบคุมความอยาก ควรต้องทำตามนี้

พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เพื่อควบคุมความอยากเป็น-ที่เป็นนามธรรม
พอสมควร เพื่อควบคุมความอยากได้-ที่เป็นได้ทั้งนามธรรมและรูปธรรม
พอเพียงแค่ที่ต้องการหรือจำเป็น เพื่อควบคุมความอยากมี-ที่เป็นรูปธรรม

ที่มา: บันทึกส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 เวลา 20.36 น.

English:

Want

xxx

From: My diary @ December 14, 2007 at 8.36pm

Day 5

Thai:

ปิด

ปิดตา   เมื่อเห็นอะไรที่ไม่ชอบแล้วไม่อยากเห็น ก็ปิดตา
ปิดหู     เมื่อได้ฟังอะไรที่ไม่ชอบใจแล้วไม่อยากได้ยิน ก็ปิดหู
ปิดจมูก เมื่อได้กลิ่นอะไรแล้วไม่ถูกใจแล้วไม่อยากได้กลิ่น ก็ปิดจมูก
ปิดปาก เมื่อคิดว่าถ้าพูดไปแล้วไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้น มีแต่จะทำร้ายคนอื่น ก็ไม่ต้องพูด คือ ปิดปาก
ปิดใจ    เมื่อมีอะไรๆ ที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคนอื่นหรือของตัวเอง ถ้าไม่อยากจะรับรู้ ก็อย่าปิดใจ

ที่ต้องทำคือเปิดใจ แล้วทำความเข้าใจว่า หนึ่ง คนเราไม่สมบูรณ์แบบ สอง เราห้ามความคิดหรือการกระทำของคนอื่นไม่ได้ สาม บางสถานการณ์เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้หรือหนีไม่พ้น เพราะฉะนั้น ก็ทำใจยอมรับ ปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ เราก็จะทุกข์น้อยลง ในที่สุดก็จะสุขมากขึ้น

ที่มา: บันทึกส่วนตัว เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2550 เวลา 19.28 น.

English:

Close

xxx

From: My diary @ December 14, 2007 at 7.28pm

Wednesday, January 12, 2011

Day 4

Thai:

ชีวิต 4 ฤดู

ชีวิตก็มีฤดูกาลเช่นเดียวกับธรรมชาติ ท่าน ว.แบ่งชีวิตออกเป็น 4 ฤดู ดังนี้ ฤดูร้อน ฤดูหนาว ฤดูฝน ฤดูแล้ง
ฤดูร้อน-เป็นช่วงเวลาที่เราสร้างเนื้อสร้างตัว เหนื่อยหนักกว่าจะประสบความสำเร็จ
ฤดูหนาว-เป็นช่วงเวลาที่มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร ไม่มีคนช่วยเหลือ
ฤดูฝน-เป็นช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ
ฤดูแล้ง-เป็นช่วงเวลาทีต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่สร้างมา เพื่อไปยังโลกหน้า
ถ้าใครไม่รู้จักปรับตัว เมื่อฤดูทั้งสี่นี้หมุนเวียนเข้ามาก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิต แต่ถ้าใครฉลาดเรียนรู้ที่จะอยู่กับฤดูกาลทั้งสี่อย่างมีปัญญา ไม่ว่าฤดูไหนจะผ่านเข้ามาก็พร้อมจะรับมือ

ที่มา: คมธรรมประจำวันกับท่าน ว.วชิรเมธี-วันพฤหัสบดีที่ 13 มกราคม 2554

English:

4 seasons of life

Life is contained with 4 seasons as same as the weather of nature. V.Vajiramedhi describes them as Summer, Winter, Spring, and Fall as follow:
Summer-
Winter-
Spring-
Fall-
If xxxx
If xxxx

From: Scoop--Dhamma Daily with V.Vajiramedhi @Thursday, January 13, 2011

Monday, January 10, 2011

Day 3

Thai:

สุขแท้แค่ตามดู

บางคน ไม่สามารถจัดการกับความโกรธของตัวเองได้ ทั้งที่ปฏิบัติธรรม เรียนรู้ธรรม มาเป็นระยะเวลาพอสมควร พาลให้โกรธตัวเองไปอีกว่าพยายามถึงขนาดนี้แล้ว ก็ยังโกรธอยู่กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไปไม่หายสักที

ท่าน ว. กล่าวว่า ที่โกรธมาทั้งหมดนั้น เป็นเพราะ 'รู้ไม่ทัน' ต่างหาก ความโกรธ เกิดขึ้นมาแป๊บเดียวแล้วก็หายไป ความทุกข์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้มาจากภายนอกหรือความโกรธหรอก แต่มาจากจิตใจที่อยากจะจัดการกับความโกรธให้สงบโดยเร็วที่สุด คาดหวังในตัวเองสูงเกินไป แทนที่เราจะไปดับความโกรธนั้นได้ เรากับไปต่ออายุให้มันด้วยการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง

วิธีจัดการกับความโกรธที่ถูกต้องนั้น ไม่ใช่การ 'อยาก' ให้ความโกรธนั้นหายไป เพราะความโกรธเป็นอารมณ์ที่เกิดจากจิต ก็ต้องดับที่จิต ไม่ใช่ที่สมอง ด้วยการหาเหตุผลมาจัดการ แต่สามารถทำได้ด้วยการ 'รู้' ว่าตัวเรากำลังโกรธอยู่เท่านั้น เพียงแค่ 'ตามดู' หรือ 'ตามรู้' อย่างมีสติเท่านั้น อารมณ์เป็นปรากฏการณ์ของจิต ให้ตามสังเกตมันไปอย่างธรรมดาที่สุด ไม่ต้องคาดหวังอะไร ก็จะพบเห็นความจริง ว่ามันเป็นอย่างนั้นเอง เป็นธรรมดา แค่นี้ก็มีความสุขได้แล้ว ''

ที่มา: ลายแทงแห่งความสุข-ว.วชิรเมธี/ สุขแท้แค่ตามดู

English:

Observation for reaching real happiness/ Anger Management

...

From: The secret of happiness-V.Vajiramedhi

Friday, January 7, 2011

Day 2

Thai:

ทุกอย่างในโลกนี้มันถูกอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด

เป็นคำพูดของหลวงพ่อชา สุภัทโท ที่กล่าวไว้ว่า 'ทุกอย่างในโลกนี้มันถูกอยู่แล้ว มีแต่ความเห็นของเราเท่านั้นที่ผิด' เพราะทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมดาของโลก มีแต่เราที่ไปใส่ความรู้สึกและความเห็นของเราลงไป ท้ายที่สุดแล้ว เราก็ไม่ได้ไปเปลี่ยนอะไร เพียงแต่เข้าใจความเป็นไปตามธรรมดาเหล่านั้นมากขึ้นเท่านั้นเอง แล้วเราก็จะสงบลงได้ แล้วเราก็จะเป็นสุขเองได้

ท่าน ว. กล่าวไว้ว่า ทุกอย่างมันเป็นเรื่องธรรมดา จะความสุขก็เป็นเรื่องธรรมดา จะความทุกข์ก็เป็นเรื่องธรรมดา ความสุขและความทุกข์มีราคาเดียวกัน คือราคาที่เท่ากัน เพราะเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนๆ กัน ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อใจไม่หวั่นไหวไปกับสุขและทุกข์แล้ว เมื่อใจนิ่งเสียแล้ว ก็จะเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง

ไม่มีอะไรที่มากไปหรือน้อยไปแล้วดี เมื่อไหร่ที่มีความพอดี เมื่อนั้นเราก็จะสามารถอยู่อย่างสมดุล รู้สึกสมดุล และมองเห็นความธรรมดา :)

ที่มา: ลายแทงแห่งความสุข-ว.วชิรเมธี/ ความสุข ความทุกข์ ราคาเสมอกัน

English:

Everything is right, just our thoughts are wrong.

xxx

From: The secret of Happiness-V.Vajiramedhi

Day 1

Thai:

ชีวิตที่เหมือนเส้นด้าย

มีคนเปรียบเทียบว่าชีวิตของคนเราก็เหมือนกับเส้นด้าย ด้ายที่ถูกดึงออกมาใช้ก็หมายถึงการใช้ชีวิตของเรา มายาของมันก็คือ หลอดด้ายดูใหญ่ คล้ายๆว่ามีด้ายอยู่เยอะ เราก็ดึงด้ายออกมาใช้อย่างสิ้นเปลืองไม่ค่อยได้คิด เพราะคิดว่ามันยังมีอยู่เยอะ แต่จริงๆ แล้วไม่เลย เพราะแกนด้ายมันก็ใหญ่ไปด้วย เท่ากับว่า กว่าเราจะรู้ตัวอีกทีก็อาจจะเป็นชั้นสุดท้ายของด้ายแล้วก็ได้ ว่าเวลาที่เราเหลืออยู่มีไม่มากนัก จริงๆ แล้วชีวิตคนเราสั้นนิดเดียว

คุณป้าที่มาสนทนาธรรมกับท่าน ว. บอกว่าเสียดายที่รู้สึกตัวช้า หันหน้าเข้าหาธรรมะเมื่อสายแล้ว ทำให้มีเวลาไม่มากที่จะได้ปฏิบัติธรรม ท่าน ว. ให้กำลังใจไปว่า เวลาไม่ใช่ปัญหา อยู่ที่ปัญญาต่างหาก ถ้ามีปัญญาแล้วก็จะสามารถเข้าถึงธรรมที่ต้องการได้ ดังนั้น แทนที่จะบอกตัวเองว่า 'มีเวลาไม่พอ' เราควรที่จะดีใจมากกว่าที่เรายัง 'พอมีเวลา' ที่จะได้ทำในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์ อย่างเช่นการศึกษาธรรมะ และปฏิบัติธรรม

มีคนอีกไม่น้อยที่ยังไม่ตื่นตัวในเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้เข้าใจแล้ว ควรจะดีใจและใช้เวลาที่เหลือของเราให้ดีที่สุด คุ้มค่าที่สุด อย่างมีปัญญา
สาธุ

ที่มา: ลายแทงแห่งความสุข-ว.วชิรเมธี/ มายาการของหลอดด้าย

English:

Life as a yarn

xxx

From: The secret of Happiness-V.Vajiramedhi

Wednesday, January 5, 2011

Inspiration is in it!

I got my inspiration from one of my friend, she's doing her 100 books in 100 days which I know I don't have enough time or effort for that. Well, I decided to do mine in 100 lessons in 100 noncontinuous days. At least I'll have gotten 100 days of reading in Buddhism books within this year, not bad though. :D

The goal is to understand life and everything the way it is, and accept that the way it is. Happy and sorrow is just the feeling people created, the true base of everything is neutral. I knew I'm not there yet, but at least I try and I'm a bit closer than the one who wasn't waken up for this thing yet. :) That sounds good to me already!

'Hope' is for trying to be doing better, 'Wish' is for trying to be feeling better.

Buddha bless = waken your mind up!